กรดไหลย้อน ไม่อยากเป็นก็ป้องกันได้

โรคกรดไหลย้อน หรือภาษาเรียกว่า gastroesophageal reflux disease หรือชื่อย่อว่า GERD เป็นโรคที่ดูเหมือนจะเป็นโรคเล็กๆ ไม่รุนแรง ไม่ได้ร้ายแรงถึงขั้นเสียชีวิต แต่จริงๆ แล้ว มันเป็นโรคที่แสนจะทรมาน และเป็นโรคเรื้อรังที่สามารถรบกวนการใช้ชีวิตของเราได้มากทีเดียว และไม่ว่าวัยใดมันก็สามารถเกิดขึ้นได้ทั้งในเด็กและผู้ใหญ่

เพราะจริงๆ แล้วสาเหตุของกรดไหลย้อนมันเกิดจากภาวะน้ำย่อยในกระเพาะอาหาร ซึ่งมีจู่ๆ ก็เกิดผิดปกติดันมีฤทธิ์เป็นกรดไหลย้อน แล้วไหลย้อนกลับขึ้นไปในหลอดอาหารและสร้างความระคายเคืองในหลอดอาหารขึ้น และทำให้ลำคอเปรี้ยว คือ มีน้ำรสเปรี้ยวหรือรสขมไหลย้อนขึ้นมาทางปาก จนเกิดอาการระคายเคืองบริเวณลำคอ และแสบในอก หรือจุกเสียดบริเวณใต้ลิ้นปี่ และมีอาการท้องอืดท้องเฟ้อร่วมด้วย โดยอาการที่กล่าวมานี้จะมักพบในผู้ที่มีอาการอาหารไม่ย่อย ซึ่งส่งผลกับชีวิตประจำวันทำให้คุณทรมานแบบสุดๆ  คราวนี้ในเมื่อปัญหาเกิดขึ้นแล้วก็ต้องหาวิธีแก้กันไป เราลองมาดูวิธีป้องกันโรคกรดไหลย้อนที่นำมาแนะนำต่อไปนี้กันเถอะ!

วิธี ป้องกัน “กรดไหลย้อน”

  1. หลีกเลี่ยงอาหารที่กระตุ้นทำให้เกิดกรดไหลย้อน รวมถึงสังเกตปริมาณอาหารที่ทานเข้าไปด้วย
  2. ไม่ควรทานอาหาร และดื่มน้ำมาก ๆ ระหว่างทานอาหาร
  3. ควรทานอาหารช้า ๆ เคี้ยวให้ละเอียด เพื่อหลีกเลี่ยงอาหารกลุ่มเสี่ยง
  4. หลีกเลี่ยงอาหารทอด อาหารมัน อาหารย่อยยาก เนื้อติดมัน อาหารที่มีรสจัด ช็อกโกแลต ถั่ว ลูกอม เปปเปอร์มินต์ เนย ไข่ นม กาแฟ ชา น้ำอัดลม เครื่องดื่มชูกำลัง เครื่องดื่มผสมแอลกอฮอล์
  5. ทิ้งช่วงเวลาทานอาหารจากเวลาเข้านอนอย่างน้อย 2-3 ชั่วโมง
  6. เข้าร่วมกิจกรรมต่างๆเพื่อผ่อนคลายความเครียด
  7. งดสูบบุหรี่
  8. หลีกเลี่ยงการสวมเสื้อผ้าที่คับแน่น โดยเฉพาะบริเวณท้อง
  9. ควรลดน้ำหนัก ในกรณีที่มีน้ำหนักเกิน
  10. เวลานอนควรหนุนหัวเตียงให้สูงขึ้นจากพื้นราบประมาณ 6-10 นิ้ว
  11. ทานยาตามแพทย์สั่งอย่างสม่ำเสมอ ไม่ลดขนาดยา หรือหยุดยาเอง และมาพบแพทย์ตามนัดอย่างต่อเนื่องเพื่อปรับขนาดยา
  12. หากป่วยอย่าซื้อยามาทานเอง เนื่องจากยาบางชนิดทำให้กระเพาะอาหารมีการหลั่งกรดเพิ่มขึ้น หรือทำให้กล้ามเนื้อหูรูดของหลอดอาหารส่วนล่างคลายตัวมากขึ้น

เทคนิคการป้องกันกรดไหลย้อนเหล่านี้เป็นเพียงคำแนะนำและการปฏิบัติเบื้องต้นเท่านั้น  ซึ่งทั้งนี้ต้องคำนึงถึงว่าหากเป็นผู้ป่วยที่ใช้ยาไม่ได้ผล หรือมีภาวะแทรกซ้อน มีโรคแทรกซ้อน ยิ่งควรที่จะปฏิบัติเทคนิคนี้อย่างสม่ำเสมอ และหมั่นสังเกตอาการตนเองด้วยว่าดีขึ้นหรือแย่ลง ทั้งนี้เพื่อลดการกลับมาเป็นซ้ำของกรดไหลย้อน หรือถ้าเป็นหนักแนะนำให้พบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะดีที่สุด